Pompeii~~หายนะ ~~

posted on 06 May 2009 22:56 by soscare

"เคย"ได้ยินเรื่องเล่าว่า มีการขุดพบเมืองโดย

เจาะรูลงไปในดินเป็นรูเล็กๆ และเทปูนปลาสเตอร์ลงไป รอให้แห้งแล้วจึงขุดขึ้นมา   บ้างรึเปล่า ? .....  

แค่ได้ยินก็ งง แล้ว   รู้ได้ไงว่ามันมีอาไรอยู่ข้างใต้ จนได้รู้ซักที ว่า.....

..........มันคือ.........(^o^)

..........เมือง POMPEII ( ปอมเปอี ) (^o^)(^e^)(^.^)

          ปัจจุบันนี้  ปอมเปอีเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ให้ไปเยี่ยมชมซาก

จากหายนะภูเขาไฟ"วีซูเวียส"ระเบิด

        เมื่อก่อน ปอมเปอี  เป็นเมืองที่อยู่ติดชายทะเลอันงดงาม  ริมอ่าว

เนเปิลส์ (ตอนกลางของอิตาลี ) 

................แต่เมื่อปี ค.ศ. 79  ภูเขาไฟ วีซูเวียส (VESUVIUS)

................ก็ได้ระเบิดขึ้นและพ่นลาวา  พร้อมทั้งเศษหินพัมมิส  ขี้เถ้า

และก๊าซพิษ จำนวนมากมายมหาศาลออกมา ก่อให้เกิดภัยพิบัติแก่ชาว

เมืองปอมเปอี

      

          ไม่มีอะไรเหลือให้เห็น  ไม่ว่าถนน โรงละคร  บ้าน  ที่อยู่อาศัย

ทั้งหมดล้วนจม อยู่ใต้ขึ้เถ้าหน้า 10 เมตร   

          พวกเขาจึงใช้แผ่นดินที่อุดมด้วยปุ๋ยขี้เถ้านั้นทำฟาร์มขนาด

ใหญ่โต  หรือทำไร่องุ่น เสียเลย  พอหลายชั่วอายุคนผ่าน 

ทุกคนเกิดลืมเสียจริงๆ ว่าพื้นดินเบื้องล่างนั้น  เดิมเคย

เป็นเมืองอันรุ่งเรืองมาก่อน 

          จิอูเซปเป ฟีออเรลลี ได้เป็นหัวหน้าคณะนักโบราณคดี เขาได้

คิดวิธีอันน่าทึ่ง ในการขุด ปอมเปอี เช่น ร่างกายชาวปอมเปอีนั้น

ได้ถูกความร้อนและกาลเวลาเปลี่ยนสภาพเป็น

โพรงขี้เถ้าขนาดเล็ก

................เขาได้เจาะรูลงไปเป็นรูเล็กๆ

................และเทปูนปลาสเตอร์ลงไป

................รอให้แห้งแล้วจึงขุดขึ้นมา

ทำให้เห็นถึงท่าทางสุดท้ายของชาวเมืองหลายคนก่อนที่จะตาย.......

 

                        


วันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ. 79 เวลา 13นาฬิกา 30 นาที ภูเขาไฟวิสุเวียสได้ระเบิด

        ขึ้น ฝุ่นควัน หินพัมมิซ และก๊าซพิษจำนวนมากถูกพ่นออกมา กระแสลมใน

        วันนั้นได้พัดพามันไปที่ เมืองปอมเปอี  และสตาเบีย ซึ่งอยู่ทางทิศ

        ตะวันออกเฉียงใต้ของวิสุเวียสแต่เมืองปอมเปอีใกล้กว่า จึงได้รับ

        ผลกระทบมากกว่า ในช่วงเวลาไม่กี่นาที ท้องฟ้าเหนือเมืองปอมเปอีก็ถูก

        ปกคลุมด้วย ฝุ่นควันจากภูเขาไฟจนแสงอาทิตย์ไม่อาจส่องลอดมาได้

        จึงตกอยู่ในความมืดคล้ายยามราตรี หลังจากนั้นไม่นาน

        หินพัมมิซในฝุ่นควันก็เริ่มจับตัวกันเป็นก้อนใหญ่ที่หนักขึ้น เย็นลง

        และเริ่มร่วงลงมาสู่เมืองปอมเปอี ชาวเมืองเริ่มวิตก บางคนรีบหนีไป

        บางคนไปหลบในบ้าน ต่อมาไม่นานนัก ชาวปอมเปอีก็เริ่มหายใจ

        ไม่ออก เพราะก๊าซพิษที่ภูเขาไฟพ่นออกมา

        ทำให้อากาศไม่สะอาด ผู้ที่พยายามจะหนีส่วนใหญ่ตาย .....


         

                     สาเหตุการตายส่วนใหญ่เพราะหินพัมมิซขนาดใหญ่หล่นใส่หัว

            แล้วก็ล้มลงหมดสติ แล้วก็ ขาดอากาศหายใจจนตายในที่สุด ตกเย็น

            วันเดียวกันนั้นเอง   ชาวปอมเปอีที่หลบภัยในบ้านเริ่มตาย

           เพราะหินพัมมิซทับถมกันหนาจนบ้านถูกฝังและขาดอากาศหายใจจนตาย

            ต่อมาไม่นาน

           หลังคาบ้านก็เริ่มถล่ม เพราะรับน้ำหนักหินไม่ไหว ทำให้ผู้คนถูกฝัง

 

วันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ. 79 ช่วงเช้า วิสุเวียสระเบิดแรงขึ้น ทำให้ท้องทะเล

           ปั่นป่วนเพราะ แรงสั่นสะเทือน คลื่นชายหาดแรงมากจนบ้านพักตาก

           อากาศริมทะเลถูกคลื่นซัดพังไปหลายหลัง

           ช่วงบ่าย กระแสลมเปลี่ยนทิศไปทางทิศตะวันตก(เยื้องใต้เล็กน้อย)

           นำพาฝุ่นควันสู่เมืองมิเซนัม

           และเฮอร์คิวเลเนียม แต่เฮอร์คิวเลเนียมอยู่ใกล้กว่ามาก จึงได้รับ 

           หายนะมากกว่า

วันที่ 26 สิงหาคม ค.ศ. 79

          ภูเขาไฟระเบิดเบาลง แต่ก็เกิดฝนตกลงมาบริเวณลาดเขาของ

           ภูเขาไฟวิสุเวียส ซึ่งเต็มไปด้วยเถ้าถ่านที่ร้อนจัด

วันที่ 27 สิงหาคม ค.ศ. 79 น้ำฝนละลายผสมกับเถ้าถ่านกลายเป็นโคลน

           เดือดไหลทะลักลงมากลบ เมืองเฮอร์คิวเลเนียม ชาวเมืองหลาย

           ร้อยคนเสียชีวิต แต่เป็นเพียงส่วนน้อย เพราะส่วนใหญ่ได้ล่องเรือ

           อพยพออกไปแล้ว ไม่นาน วิสุเวียสก็หยุดอาละวาด ผู้รอดตาย

           ได้กลับไปยังเมืองของตน แล้วได้นำซากอาคารที่โผล่พ้นเถ้าถ่านฝุ่นควัน

          ไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น........

           นักประวัติศาสตร์ชาวโรมชื่อ แทซิทัส ได้ทำการบันทึกเหตุการณ์

           ดังกล่าวไว้เป็นภาษาละติน

 การขุดค้นพบเมืองปอมเปอี

          ค.ศ. 1534 ได้มีการขุดค้นพบซากเมืองปอมเปอีเป็นครั้งแรก

                           แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจ

           ค.ศ. 1689 คนงานขุดคลองส่งน้ำคณะหนึ่ง ได้ขุดไปเจอซาก

                           สิ่งก่อสร้างแบบโรมัน และพบเหรียญเงินและรูปปั้น

                           ซึ่งพวกเขาได้เคลื่อนย้ายออกไป และขุดคลองต่อ

          ค.ศ. 1748 ตระกูลบูร์บง ซึ่งเป็นเชื้อสายกับราชวงศ์บูร์บง ซึ่งเป็น

                           ผู้ปกครองรัฐเนเปิลส์ในอิตาลีระหว่าง

          ค.ศ. 1734-ค.ศ. 1861 ได้สนใจที่จะค้นหาเมืองปอมเปอี

                            พวกเขาจึงใช้เงินจ้างคนงานไปขุดเมืองโดย

                            การขุดเป็นอุโมงค์เข้าไปจนพบเมือง

                           พวกเขาจึงสั่งให้นำสิ่งของมีค่าออกมา

                            และเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวของตระกูลบูร์บง

          ค.ศ. 1861 รัฐต่างๆในอิตาลีได้รวมกันเข้าเป็นประเทศเดียวกัน

                           ส่งผลให้ตะกูลบูร์บงล่มสลาย ชาวอิตาลีจึงให้

                           ความสนใจกับการขุดปอมเปอีมากขึ้นจิอูเซปเป ฟีออเรลลี

                           ได้เป็นหัวหน้า คณะนักโบราณคดี เขาได้คิดวิธีอันน่าทึ่ง

                           ในการขุดปอมเปอี เช่น ร่างกายชาวปอมเปอีนั้น ได้ถูกความร้อน

                           และกาลเวลาเปลี่ยนสภาพเป็นโพรงขี้เถ้าขนาดเล็ก

                           เขาได้เจาะรูลงไปเป็นรูเล็กๆ และเทปูนปลาสเตอร์ลงไป รอให้

                           แห้งแล้วจึงขุดขึ้นมา ทำให้เห็นถึงท่าทางสุดท้ายของชาวเมือง

                           หลายคนก่อนที่จะตาย

                    

         ค.ศ. 1924-ค.ศ. 1961 หัวหน้าคณะนักโบราณคดีได้เปลี่ยนคนเป็น

                           อเมดีโอ มายอูรี เขาบูรณะซ่อมแซม ฝาผนังและเพดาน

                           ข้าวของเครี่องใช้ที่นำมาศึกษาจะถูกวางไว้ที่เดิมหลัง

                           ศึกษาเสร็จ และเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งผู้มาท่องเที่ยว

                           จะสัมผัสได้ถึงชีวิตที่หรูหราในปอมเปอีและ

พลังอำนาจของธรรมชาติ

                   

 

แหล่งที่มา http://th.wikipedia.org/wiki

http://www.artsmen.net/content/show.php?Category=mythboard&No=4877

edit @ 7 May 2009 00:09:02 by ~Scar-y-lism~

Comment

Comment:

Tweet